วันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2551






บทความอาทิตย์ที่ 2


ตำนานดอกกุหลาบ
กุหลาบ เป็นดอกไม้ที่นิยมปลูกไว้ชื่นชมมาแต่โบราณ ประมาณกันว่ากุหลาบเกิดขึ้นเมื่อกว่า 70 ล้านปีมาแล้ว เคยมีการค้นพบฟอสซิลของกุหลาบใน รัฐโคโลราโด และ รัฐโอเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้พิสูจน์ว่ากุหลาบป่าเป็นพืชที่มีอายุถึง 40 ล้านปี แต่กุหลาบป่าสมัยโลกล้านปีนี้ มีรูปร่างหน้าตาไม่เหมือนกุหลาบสมัยนี้ เนื่องจากมนุษย์ได้นำเอากุหลาบป่ามาปลูกและผสมพันธุ์ ขยายพันธุ์เป็นพันธุ์ต่างๆ มากมาย ความจริงแล้วกำเนิดของกุหลาบหรือกุหลาบป่านี้มีเฉพาะในแถบบริเวณเหนือเส้นศูนย์สูตรของโลกเท่านั้น คือกำเนิดในภาคกลางของทวีปเอเชีย แล้วแพร่ขยายพันธุ์ไปตลอดซีกโลกเหนือ ไม่ว่าจะเป็นแถบที่มีอากาศหนาวจัดอย่าง อาร์กติก อลาสก้า ไซบีเรีย หรือแถบอากาศร้อนอย่าง อินเดีย แอฟริกาเหนือ แต่ในบริเวณแถบใต้เส้นศูนย์สูตรอย่างทวีปออสเตรเลีย หรือเกาะต่างๆ ในมหาสมุทรรวมทั้งแอฟริกาใต้ ไม่เคยมีปรากฏว่ามีกุหลาบป่าเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเลย ตามประวัติศาสตร์เล่าว่า กุหลาบป่าถูกนำมาปลูกไว้ในพระราชวังของจักรพรรด์จีน ในสมัยราชวงศ์ฮั่นราว 5,000 ปีมาแล้ว ขณะที่อียิปต์เองก็ปลูกกุหลาบเป็นไม้ดอก ส่งไปขายให้แก่ชาวโรมัน ชาวโรมันเป็นชาติที่รักดอกกุหลาบมากถึงจะสั่งซื้อจากประเทศอียิปต์แล้ว ยังลงทุนสร้างเนอร์สเซอรี่ขนาดใหญ่สำหรับปลูกดอกกุหลาบอีกด้วย สำหรับชาวโรมันแล้วเรียกได้ว่าดอกกุหลาบมีความสำคัญกับชีวิตประจำวัน เพราะชาวโรมันถือว่าดอกกุหลาบเป็นสัญลักษณ์ของความรัก ซึ่งเป็นทั้งของขวัญ เป็นดอกไม้สำหรับทำเป็นมาลัยต้อนรับแขก เป็นดอกไม้สำหรับงานเฉลิมฉลองต่างๆ ใช้เป็นส่วนประกอบสำหรับทำขนม ทำไวน์ ส่วนน้ำมันกุหลาบยังใช้ทำเป็นยาได้อีกด้วย กุหลาบถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและความโรแมนติก ซึ่งมีบางตำนานเล่าว่า ดอกกุหลาบเป็นเสมือนเครื่องหมายแทนการกำเนิดของ เทพธิดาวีนัส ซึ่งเป็นเทพแห่งความงาม และความรัก วีนัสเป็นที่รู้จักกันในชื่อ อโฟรไดท์ ในตำนานเทพของกรีกได้กล่าวไว้ว่า น้ำตาของเธอหยดลงปะปนกับเลือดของ อคอนิส คนรักของเธอที่ถูกหมูป่าฆ่า เลือดและน้ำตาหยดลงสู่พื้นแล้วกลายเป็นดอกไม้สีแดงเข้มหรือดอกกุหลาบนั่นเอง แต่บางตำนานก็เล่าว่าดอกกุหลาบเกิดจากเลือดของ อโฟรไดท์ เองที่หยดลงสู่พื้น เมื่อเธอแทงตัวเองด้วยหนามแหลม บางตำนานกล่าวว่ากุหลาบเกิดจากการชุมนุมของบรรดาทวยเทพ เพื่อประทานชีวิตใหม่ให้กับนางกินรีนางหนึ่ง ซึ่งเทพธิดาแห่งบุปผาชาติ หรือ คลอริส บังเอิญไปพบนางนอนสิ้นชีพอยู่ ในตำนานนี้กล่าวว่า อโฟรไดท์ เป็นเทพผู้ประทานความงามให้ มีเทพอีกสามองค์ประทานความสดใส เสน่ห์ และความน่าอภิรมย์ และมี เซไฟรัส ซึ่งเป็นลมตะวันตกได้ช่วยพัดกลุ่มเมฆ เพื่อเปิดฟ้าให้กับแสงของเทพ อพอลโล หรือแสงอาทิตย์ส่องลงมาเพื่อประทานพรอมตะ จากนั้น ไดโอนีเซียส เทพเจ้าแห่งเหล้าองุ่นก็ประทานน้ำอมฤต และกลิ่นหอม เมื่อสร้างบุปผาชาติดอกใหม่นี้ขึ้นมาได้แล้ว เทพทั้งหลายก็เรียกดอกไม้ซึ่งมีกลิ่นหอมและทรงเสน่ห์นี้ว่า Rosa จากนั้น เทพธิดาคลอริส ก็รวบรวมหยดน้ำค้างมาประดับเป็นมงกุฎ เพื่อมอบให้ดอกไม้นี้เป็นราชินีแห่งบุปผาชาติทั้งมวล จากนั้นก็ประทานดอกกุหลาบให้กับเทพ อีโรส ซึ่งเป็นเทพแห่งความรัก กุหลาบจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความรัก แล้วเทพ อีโรส ก็ประทานกุหลาบนี้ให้แก่ ฮาร์โพเครติส ซึ่งเป็นเทพแห่งความเงียบ เพื่อที่จะเก็บซ่อนความอ่อนแอของทวยเทพทั้งหลาย ดอกกุหลาบจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความเงียบและความเร้นลับอีกอย่างหนึ่ง กุหลาบกลายเป็นของขวัญ ของกำนัลสำหรับการแสดงความรัก และมักจะมีผู้เปรียบเทียบความงามของผู้หญิงเป็นเสมือนดอกกุหลาบ และผู้หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์โลกที่ได้รับสมญาว่าเป็นผู้หญิงงามเสมือนดอกกุหลาบคือ พระนางคลีโอพัตรา ซึ่งพระนางยังได้เคยต้อนรับ มาร์ค แอนโทนี คนรักของพระนาง ในห้องซึ่งโรยด้วยดอกกุหลาบหนาถึง 18 นิ้ว หอมฟุ้งไปด้วยกลิ่นกุหลาบ



ตำนานดอกกุหลาบในเมืองไทย
กุหลาบมาจากคำว่า "คุล" ในภาษาเปอร์เชีย แปลว่า "สีแดง ดอกไม้ หรือดอกกุหลาบ" และเข้าใจว่าจากเปอร์เซียได้แพร่เข้าไปในอินเดีย เพราะในภาษาฮินดีมีคำว่า "คุล" แปลว่า "ดอกไม้" และคำว่า "คุลาพ" หมายถึงกุหลาบอย่างที่ไทยเราเรียกกัน แต่ออกเสียงเป็น "กุหลาบ" ส่วนคำว่า "Rose" ในภาษาอังกฤษนั้นมาจากคำว่า "Rhodon" ที่แปลว่ากุหลาบในภาษากรีก กุหลาบเข้ามาเมืองไทยสมัยใดไม่ทราบแน่ชัด แต่จากบันทึกของ ลา ลูแบร์ ราชทูตฝรั่งเศสในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช บันทึกไว้ว่าได้เห็นกุหลาบที่กรุงศรีอยุธยา และที่แน่นอนอีกแห่งก็คือ ในกาพย์ห่อโคลงนิราศธารโศกสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเป็นพระนิพนธ์ของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ กล่าวถึงกุหลาบไว้ว่า
กุหลาบกลิ่นเฟื่องฟุ้งหอมรื่นชื่นชมสองนึกกระทงใส่พานทองหยิบรอจมูกเจ้า


เนืองนองสังวาสก่ำเก้าบ่ายหน้าเบือนเสีย
สำหรับตำนานดอกกุหลาบของไทยเล่ากันว่า เป็นบทละครพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 6 เรื่อง มัทนะพาธา ในเรื่องเล่าถึงเทพธิดาองค์หนึ่งชื่อ "มัทนา" ซึ่งนางได้มีเทพบุตรองค์หนึ่งชื่อ "สุเทษณะ" ซึ่งพระองค์ทรงหลงรักเทพธิดา "มัทนา" มากแต่นางไม่มีใจรักตอบ จึงถูกสาบให้ไปเกิดเป็นดอกกุหลาบ จึงกลายเป็นตำนานดอกกุหลาบแต่นั้นมา













กุหลาบขาว กับ กุหลาบแดง สีไหนเกิดก่อน ?


มีหลายตำนานเล่าถึงการเกิดกุหลาบสีขาวและกุหลาบสีแดงไว้แตกต่างกัน ตำนานหนึ่งเล่าว่า กุหลาบขาว เกิดขึ้นก่อน กุหลาบแดง เดิมทีมีนกไนติงเกลตัวหนึ่งมาหลงรักเจ้าดอกกุหลาบขาวแสนสวย ขณะที่มันกำลังจะโอบกอดดอกกุหลาบด้วยความรักนั้นเอง หนามกุหลาบก็ทิ่มแทงที่หน้าอกของมัน หยดเลือดของเจ้านกไนติงเกลเลยทำให้ดอกกุหลาบสีขาวกลายเป็นสีแดง เลยมีดอกกุหลาบสีแดงนับแต่นั้นเป็นต้นมา ส่วนอีกตำนานหนึ่งก็เล่าว่ากุหลาบสีแดงใน สวนอีเดน เกิดจาการจุมพิตของ อีฟ เจ้าดอกกุหลาบขาวที่หญิงสาวจุมพิต เลยเกิดอาการขวยเขินจึงเปลี่ยนเป็นสีแดง นอกจากนี้ ความหมายของความรักในศาสนาคริสต์ ถือว่ากุหลาบสีขาวแทนความบริสุทธิ์ของ พระแม่มาเรีย และกุหลาบสีแดงเกิดจากหยาดพระโลหิตของ พระเยซูเจ้า เมื่อถูกสวมมงกุฎหนาม มันจึงเป็นสัญลักษณ์ของผู้ประกาศศาสนาที่พลีชีพเพื่อพระผู้เป็นเจ้า



สีกุหลาบสื่อความหมาย
ในวันวาเลนไทน์ ซึ่งเป็นวันแห่งความรัก ดอกกุหลาบถือเป็นสัญลักษณ์ และของกำนัลของวันนี้ ดังนั้นเวลาที่คิดจะให้ดอกกุหลาบแก่ใครสักคน เราก็น่าจะรู้ความหมายของสีอันเป็นสื่อความหมายของดอกกุหลาบไว้บ้างก็น่าจะดี ซึ่งก็จะมีความดังนี้
สีแดง สื่อความหมายถึง ความรักและความปราถนา เป็นดอกไม้ของกามเทพ คิวปิด และอีรอส เป็นสิ่งนำโชคนำความรักมาให้แก่หญิงหรือชายที่ได้รับ
สีชมพู สื่อความหมายถึง ความรักที่มีความสุขอย่างสมบูรณ์
สีขาว สื่อความหมายถึง ความมีเสน่ห์ ความบริสุทธิ์ มิตรภาพ และความสงบเงียบ และนำโชคมาให้แก่หญิงหรือชายเช่นเดียวกับกุหลาบแดง
สีเหลือง สื่อความหมายถึง เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเสมอนะ
สีขาวและแดง สื่อความหมายถึง ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
กุหลาบตูม สื่อความหมายถึง ความงามและความเยาว์วัย



ช่อกุหลาบสื่อความหมาย
จำนวนดอกกุหลาบในช่อก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สื่อความหมายได้เช่นกัน และในวันวาเลนไทน์หรือวันไหนๆ ถ้าคุณได้ช่อดอกกุหลาบจากใครสักคน เค้าคนนั้นอาจกำลังต้องการสื่อความหมายอะไรบางอย่างให้คุณรู้ก็เป็นได้
จำนวนดอกกุหลาบ
ความหมายรักแรกพบแสดงความรู้สึกที่ดีให้กันฉันรักเธอคุณทำให้ฉันหลงเสน่ห์เราสองคนจะรักกันตลอดไปคุณเป็นคนที่ดีเลิศคุณเป็นสมบัติชิ้นที่มีค่าชิ้นเดียวของฉันขอให้เธอเป็นคู่ของฉันเพียงคนเดียวเพื่อนแท้เสมอฉันรู้สึกเสียใจจริงๆฉันมีความจริงใจต่อเธอชีวิตินี้ฉันมอบเพื่อเธอฉันยังจำความหลังอันแสนหวานความรักของฉันเป็นรักแท้ฉันรักเธอจนวันตายฉันอุทิศชีวิตนี้เพื่อเธอฉันมีคุณเพียงคนเดียวเท่านั้นคุณจะแต่งงานกับฉันไหมฉันจะรักคุณจนวินาทีสุดท้าย

ส่งการบ้าน


















ส่งการบ้าน วันที่ 29 มิถุนายน 2551
1.จงอธิบายความหมายของสำนักงาน
สรุปความหมายของสำนักงานคือ
- สถานที่แห่งหนึ่งซึ่งอาจเป็นแค่เพียงห้องเดียวหรือหลายห้อง จะมีขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ก็ได้
- อาจใช้เป็นสถานที่สำหรับทำธุรกรรมต่างๆ
- เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงาน
- เพื่อควบคุมการดำเนินงาน โดยอาศัยสารสนเทศเป็นเครื่องมือ
- มีหน้าที่รับข้อมูลมาจากผู้หนึ่งมาประมวลผลแล้วส่งไปให้อีกผู้หนึ่ง


2.การจัดการสำนักงานประกอบด้วยกิจกรรมใดบ้าง
มี 7 ด้านดังนี้ 1.ด้านบริการผู้บริหาร 5.ด้านการเงินและบัญชี
2.ด้านข้อมูลและเอกสาร 6.ด้านการจัดการประชุม

3.ด้านอาคารสถานที่ พัสดุ และอุปกรณ์ 7.งานประชาสัมพันธ์
4.ด้านการจัดการบุคลากร

3.การวางแผนสำนักงานจะต้องดำเนินงานอย่างไรบ้าง
-วางแผนการจัดสถานที่และสภาพแวดล้อม
- วางแผนขั้นตอนการปฏิบัติงานกับการรับ-ส่งและจัดเอกสาร
- วางแผนการจัดหาบุคลากร
- วางแผนการรักษาความปลอดภัยของเอกสาร
- วางแผนการติดต่อสื่อสารภายใน-ภายนอกด้วยโทรศัพท์และโทรสาร
- การวางแผนการจัดซื้ออุปกรณ์ เครื่องใช้ วัสดุ

4.สภาพแวดล้อมเกี่ยวกับที่ตั้งของสำนักงานมีผลต่อการปฏิบัติงานอย่างไร
- ตั้งอยู่ใกล้ร้านค้าหรือร้านอาหารสำหรับให้บริการพนักงาน
- ตั้งอยู่ในเส้นทางคมนาคมที่สะดวก

5.เทคโนโลยีที่ใช้ในสำนักงานมีอะไรบ้าง
1) ระบบงานพิมพ์ 4) คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
2)ระบบโทรคมนาคม 5) ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
3) ระบบรับส่งและจัดเก็บเอกสาร

6. เหตุผลที่หน่วยงานต้องพัฒนาระบบสำนักงานอัตโนมัติคืออะไร
- เศรษฐกิจ การปฏิบัติงานในสำนักงานทุกวันนี้มีค่าใช้จ่ายกว่าเดิมมาก ดังนั้นการปรับเปลี่ยนการทำงานให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายน้อยลงจึงเป็นเรื่องจำเป็น
- สารสนเทศ สำนักงานทั่วไปนั้นไม่พอเพียงที่จะจัดการกับปริมาณมหาศาล สำนักงานจึงต้องมองหาเทคโนโลยีใหม่ที่จะมารับมือกับปริมาณข้อมือปริมาณข้อมูลข่าวสารที่เพิ่มมากขึ้นแบบทวีคูณ

7. การประยุคใช้คอมพิวเตอร์สำนักงานจำแนกได้กี่ด้าน
มี 4 ด้าน ดังนี้
1) การประมวลผลข้อมูล 3) การประกอบอาชีพ
2) การจัดทำสารสนเทศ 4) การสนับสนุนผู้บริหาร

8. สำนักงานอัตโนมัติมีประโยชน์อะไรบ้าง
- ประหยัดงบประมาณค่าใช้จ่าย
- เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
- ผู้บริหารสามารถตัดสินใจได้ถูกต้องและรวดเร็ว
- ผู้ปฎิบัติงานมีความภาคภูมิใจในสำนักงานและหน่วยงานมากขึ้น
- หน่วยงานและสำนักงานมีภาพลักษณ์ดี

9. การพัฒนาระบบสำนักงานอัตโนมัติมีกี่วิธีอะไรบ้าง
มีอยู่ 4 วิธี ดังนี้
1) การเลือกแนวทางการพัฒนาสำนักงานอัตโนมัติ
2) การวางแผนการพัฒนา
3) การพัฒนาและจัดระบบสำนักงานอัตโนมัติ
4) การประเมินผลปฏิบัติงานและการปรับเปลี่ยน

สรุปหน่วยที่ 1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสำนักงาน
คำว่าสำนักงานมีความหมายดังนี้
- สถานที่แห่งหนึ่งที่มีขนาดเล็กหรือใหญ่ก็ได้
- อาจเป็นสถานที่สำหรับธุรกรรมต่างๆ
- เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงาน
- เพื่อควบคุมการดำเนินงาน โดยอาศัยสารสนเทศเป็นเครื่องมือ
- มีหน้าที่รับข้อมูลจากผู้หนึ่งมาประมวลผลแล้วส่งไปให้อีกผู้หนึ่ง
ลักษณะข้อมูลหรือเอกสารในสำนักงาน
ลักษณะข้อมูลจะประกอบไปด้วย
- คำสั่ง หมายถึง สิ่งที่กำหนดให้พนักงานและผู้บริหารต้องดำเนินการเมื่อได้รับงาน
- รายงาน หมายถึง เอกสารต่างๆ
- บันทึกช่วยจำ หมายถึง รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างสั้นๆ ,คำสั่งไม่เป็นทางการเป็นต้น
- ข่าว รายงานข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งอาจเป็นเรื่องเกี่ยวกับองค์การเอง
ประเภทข้อมูลหรือเอกสารในสำนักงาน
- เอกสารพิมพ์ หมายถึง เอกสารที่พิมพ์มาเสร็จเรียบร้อย
- เสียง หมายถึง การพูดหรือการออกคำสั่ง
- ภาพลักษณ์ หมายถึง ภาพหรือแผ่นภูมิที่ที่จัดทำขึ้นเพื่อความหมายของข้อมูลข่าวสารต่างๆ
องค์ประกอบของสำนักงาน
ประกอบไปด้วย 7 ข้อ ดังต่อไปนี้
1.ด้านบริการผู้บริหาร 2.ด้านข้อมูลและเอกสาร
3.ด้านอาคารสถานที่ พัสดุ และอุปกรณ์ 4.ด้านการจัดการบุคลากร
5.ด้านการเงินและบัญชี 6.ด้านการจัดประชุม
7.งานประชาสัมพันธ์
เครื่องใช้สำนักงาน ประกอบด้วย
เครื่องพิมพ์ดีด , โทรศัพท์ , โทรสาร , ตู้เก็บเอกสาร , เครื่องถ่ายเอกสาร, คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลพร้อมเครื่องพิมพ์
การวางแผนสำนักงาน มีขั้นตอนดังนี้
- วางแผนการจัดสถานที่และสภาพแวดล้อม
- วางแผนขั้นตอนการปฏิบัติงานกับการรับ-ส่งและจัดทำเอกสาร
- วางแผนเกี่ยวกับกระแสงาน
- วางแผนการจัดหาบุคลากร
- วางแผนการรักษาความปลอดภัยของเอกสาร
- วางแผนการติดต่อส่อสารภายใน-ภายนอกด้วยโทรศัพท์และโทรสาร
- วางแผนการจัดซื้ออุปกรณ์
- วางแผนค่าใช้จ่ายในสำนักงาน
การจัดสายงาน จะประกอบด้วย งานอาชีพ งานสายสนับสนุน และงานสายสำนักงาน
การควบคุมการปฏิบัติงาน จะมีการควบคุมดังนี้
ควบคุมให้พนักงานทำงานได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว , ควบคุมการจัดหาอุปกรณ์ , ควบคุมการเบิกจ่ายวัสดุสำนักงานให้อยู่ในเกณฑ์ที่พอเหมาะ , และควบคุมไม่ให้พนักงานภายนอกเข้ามาให้เกิดความเสียหายต่อหน่วยงาน

การแก้ปัญหา
ปัญหาต่างๆที่อาจเกิดขึ้น เช่น ปัญหาเกี่ยวกับบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน เกี่ยวกับการปฏิบัติงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ เกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือไม่เพียงพอต่อการใช้งาน ปัญหาในด้านการสื่อสาร ปัญหาเรื่องเอกสารสูญหาย หัวหน้าสำนักงานหรือผู้บริหารสำนักงานจะต้องคอยสังเกตุปัญหาเหล่านี้และหาทางขจัดไม่ให้เกิดปัญหาขึ้น
สภาพแวดล้อมของสำนักงาน จะมีที่ตั้งของสำนักงาน การคมนาคม และสภาพจิตใจ
การประยุกต์คอมพิวเตอร์ในสำนักงาน จะประกอบด้วย การประมวลผลข้อมูล การจัดทำสรสนเทศ การประกอบอาชีพ และการสนับสนุนผู้บริหาร
สำนักงานอัตโนมัติ
หมายถึง การประยุกต์คอมพิวเตอร์และการสื่อสารในสำนักงานซึ่งประกอบด้วย พนักงาน นักวิชาชีพ และผู้จัดการ ซึ่งประกอบด้วย บุคลากร , กระบวนการปฏิบัติงาน, เอกสาร ข้อมูลสารสนเทศ , เทคโนโลยี , การบริหารจัดการ ประโยชน์ของสำนักงานอัตโนมัติ ประหยัดงบประมาณค่าใช้จ่าย ,เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ,ผู้บริหารสามารถตัดสินใจได้ถูกต้อง ,ผู้ปฏิบัติงานมีความภาคภูมิใจในสำนักงาน ,และหน่วยงานและสำนักงานมีภาพลักษณ์ดี
เทคโนโลยีเพื่อสำนักงานอัตโนมัติ
ประกอบด้วย 5 ขั้นตอนดังนี้ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ,เทคโนโลยีคมนาคม ,เทคโนโลยีสำนักงาน ,เทคโนโลยีภาพกราฟิก ,ระบบอินเทอร์เน็ต
บุคลากรที่มีบทบาทริเริ่มนำระบบสำนักงานอัตโนมัติมาใช้ จะต้องมีผู้บริหารระดับสูง ,ผู้บริหารระดับกลางและผู้ปฏิบัติงานระดับต่างๆ ,นักคอมพิวเตอร์และนักเทคโนโลยีอื่นๆ ประเด็นที่สำคัญในการพัฒนาสำนักงานอัตโนมัติ จะต้องมีการเลือกแนวทางการพัฒนาสำนักงานอัตโนมัติ การวางแผนการพัฒนา การพัฒนาและจัดระบบสำนักงานอัตโนมัติ การประเมินผลการปฏิบัติงานและการปรับเปลี่ยน
สิ่งสำคัญในการวางแผน มีดังนี้
- หน่วยงาน - การสื่อสาร
- สถานภาพ - ลักษณะสารสนเทศ
- ลักษณะหน่วยงาน
วิธีการเขียนแผนงาน จะต้องแสดงระยะเวลาในการดำเนินภารกิจและรายการภารกิจต่างๆ ดังนี้
กำหนดทีมงาน ,จัดประชุมชี้แจง ,รวบรวมข้อมูล ,วิเคราะห์ความต้องการ ,ออกแบบระบบงาน ,เลือกอุปกรณ์และระบบงาน ,พัฒนาโปรแกรมเพิ่มเติม ,ติดตั้งอุปกรณ์และระบบงาน ,ทดสอบอุปกรณ์และระบบงาน ,จัดทำคู่มือ ,ฝึกอบรม ,ปรับเปลี่ยนข้อมูลเดิม ,เปลี่ยนระบบ ,ประเมินผลการดำเนินงาน และปรับปรุงแก้ไข


แปลสไลด์ที่ 32 และ 33 วิวัฒนาการของสำนักงานอัตโนมัติ
1932 อัตโนมัติกระดาษ-เทป typewriter
1933 เกี่ยวกับไฟฟ้า typewriter (IBM)
1935 สำเนา
1939 เครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิค (John v.Atanasofford Berry)
1942 I-froerunner เครื่องหมายสมัยใหม่ของคอมพิวเตอร์
1945 Eniac คอมพิวเตอร์ - Processes ข้อมูลดิจิตอล
1949 Eniac (John von Neumann’s ความคิดโปรแกรมห้างร้าน)
1951 Univaci (U.S.Census การสั่งมอบพนักงาน)
1954 Univaci (โฆษณาแรกใช้)
1961 Selectric typewriter (IBM)
1963 Minicomputer (บริษัทอุปกรณ์ดิจิตอล , DEC)
1964 MT/ST (IBM)
1969 MC/ST (IBM)
1971 Microprocessor (Intel)
1972 ระบบวีดีโอแสดงสำหรับประมวลผลคำ
1973 ระบบแผ่นดิสเก็ตสำหรับประมวลผลคำ
1977 Minicomputer (แอปเปิล)
1978 อิเล็กทรอนิค typewriter (EXXON)
1981 IBM personal คอมพิวเตอร์
1980s จดหมายเสียง,เครือข่าย, graphical ส่วนติดต่อผู้ใช้
1900s personalเครื่องสื่อสาร มัลติมิเดีย,ผลิตภัณฑ์สมาร์ท,

11. วิวัฒนาการสำนักงานอัตโนมัติในการเรียนการสอนมีปัญหาอะไรบ้าง จะมีวิธีแก้ปัญหาอย่างไร
- อาจารย์ให้ทำการบ้านยากไปหน่อยจนเด็กทำไม่ค่อยได้ ไม่ต้องแก้หรอกคะเพราะว่าเป็นสิ่งที่พวกหนูต้องกระตือรือร้นในการทำการบ้าน และถ้าอาจารย์ไม่ให้ส่งทาง blogger ก็จะทำไม่เป็นกันเลย ขอบคุณคะ

วันอาทิตย์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2551



รับน้องโหดพิสดาร




เมื่อวานนี้ (16 มิ.ย.) นายรณรุจ คำแก้ว อายุ 48 ปี อาชีพเปิดอู่ ซ่อมรถยนต์ย่านถนนจันทร์ แขวงสาทร เขตยานนาวา กทม. พร้อมด้วยหลานชายคือ นายป่าน (นามสมมติ) อายุ 20 ปี นักศึกษาปีที่ 1 คณะวิศวกรรมอุตสาหการ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพ อยู่บ้านเลขที่ 107/12 ต.ต้นยวม อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท. สมชาย กิ่งมะลิ พงส.(สบ1) สน.ทุ่งมหาเมฆ เพื่อให้ดำเนินคดีกับนักศึกษารุ่นพี่ฐานทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ นายสุรเดช ให้การกับพนักงานสอบสวนว่า เมื่อวันที่ศุกร์ที่ 13 มิ.ย. ที่ผ่านมา ตนได้ไปร่วมงานกิจกรรมรับน้องใหม่ที่นักศึกษารุ่นพี่ของมหาวิทยาลัย จัดขึ้นภายในสถาบัน โดยจำรุ่นพี่ได้เพียง 3 คน ทราบแต่ชื่อเล่นว่า นายโอ นายนก และนายโต้ง โดยกิจกรรมด่านแรกที่จัดขึ้นนั้นจะให้นักศึกษาใหม่ถอดเสื้อ แล้วนอนลงบนพื้นสนามหน้าสถาบันแล้วกลิ้งตัวตามกันไปเหมือนล้อรถไถ จากนั้นให้ลงไปล้างตัวในบ่อน้ำครำในด่านที่ 2 ก่อนจะให้กระโดดกบขึ้นบันไดไปบนระเบียงชั้น 2 เพื่อไปทดสอบในด่านที่ 3 ซึ่งเป็นด่านวัดใจ จะมีนักศึกษารุ่นพี่บอกให้รุ่นน้องหันหลังแล้วนั่งลง แล้วใช้บล็อกแม่พิมพ์วางบนแผ่นหลังพ่นด้วยสีสเปรย์ เป็นรูปกงจักร
จากนั้นจะใช้ไฟแช็กแก๊สจุดไปพร้อมๆ กับการพ่นสเปรย์ ขณะที่พ่นสเปรย์นั้นตนรู้สึกเย็นวาบอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะรู้สึกร้อนวูบในตอนหลัง แต่ตอนนั้นยังไม่ รู้สึกเจ็บปวดอะไรมากนัก จากนั้นให้ไปที่อ่างน้ำซึ่งมีพริกขี้หนูป่นลอยอยู่ รุ่นพี่ให้นำอวัยวะเพศลงไปแกว่งไปมา 5-6 รอบ แล้วไปทดสอบในด่านสุดท้ายโดยให้ไปดื่มน้ำที่มีรสชาติแปลกๆคล้ายๆกับแอลกอฮอล์ ก่อนจะให้ไปเล่นกีฬาและกิจกรรมอื่นๆที่จัดขึ้นเป็นการภายใน จนกระทั่งตอนเย็นจึงกลับห้องพักที่เช่าอยู่กับเพื่อนใกล้ กับอู่ซ่อมรถของนายรณรุจ ซึ่งเป็นลุง นายสุรเดช ให้การอีกว่า ช่วงค่ำระหว่างเข้านอนรู้สึกแสบๆ ที่แผ่นหลัง ไม่สามารถนอนหงายได้ แต่ยังปวดไม่มากนัก กระทั่งเช้าจึงออกไปหาลุงที่อู่ย่านถนนจันทร์ เพื่อขอยืมคอมพิวเตอร์ใช้ทำรายงาน ระหว่างนั้นรู้สึกปวดแสบปวดร้อนที่แผ่นหลัง ลุงจึงขอดูพบว่าผิวหนังเป็นแผลพองไหม้เป็นวงกว้าง จึงได้พาไปหาหมอที่ โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ เพื่อลอกหนังที่เสียออกแล้วทำแผล ก่อนจะมาแจ้งความเพื่อให้ดำเนินคดีกับนักศึกษารุ่นพี่ทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ในข้อหาทำร้ายร่างกาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่เหยื่อนักศึกษารุ่นพี่ที่อุตริรับน้องแบบพิสดารเข้าให้การกับพนักงานนั้น พบว่าแผลที่แผ่นหลังมีการพ่นด้วยสเปรย์สีแดงเป็นรูปกงจักร และแพทย์ได้ทายารักษาแผลพุพองซึ่งปูดบวมเป็นหย่อมๆ บริเวณกลางหลังกว้างประมาณ 2 ฝ่ามือ ที่เห็นแล้วชวนน่าสังเวชใจเป็นอย่างยิ่ง ขณะที่นายสุธรรม ติวะวุธ อาจารย์คณะวิศวอุตสาหการ มหาวิทยาลัยดังกล่าวได้เดินทางไปที่โรงพัก เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ทราบว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะไม่ได้มีการแจ้งเรื่องจัดกิจกรรมดังกล่าวให้กับทางมหาวิทยาลัยฯทราบ และเรื่องนี้ก็เกิดขึ้นตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา ปกติทางสถาบันมีมาตรการในการควบคุมดูแลอยู่แล้ว เรื่องนี้ต้องรอสอบสวนข้อเท็จจริงก่อน หากพบว่ามีการทำผิดก็ต้องดำเนินการไปตามความผิด ด้าน ร.ต.ท.สมชาย กิ่งมะลิ ร้อยเวรเจ้าของคดี กล่าวว่า ได้แจ้งให้ญาตินำใบรับรองการรักษาพยาบาลของแพทย์ มาประกอบคำให้การแล้ว จากนั้นจะประสานไปยังสถาบันที่เกิดเหตุ เพื่อให้นำตัวนักศึกษารุ่นพี่ที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนที่จะมีการแจ้งข้อหาดำเนินคดีต่อไป
ไฟพ่นหลังเน่าพอง จู๋จุ่มพริก